
❝อาหาร คืออำนาจ และประวัติศาสตร์ที่กินได้❞
ทุกอย่างมันเริ่มต้นขึ้นจากหนังสือเล่มเล็ก ๆ ชื่อ “เมี่ยงคำ”
มันเป็นหนังสือเล่มแรกที่ฉันลองฝึกเขียนด้วยความรู้ประวัติศาสตร์ที่มีอยู่เพียงนิดเดียว…นิดเดียวจริง ๆ ชนิดที่เรียกได้ว่า “แค่หางอึ่ง” เท่านั้นเอง
ตอนนั้นฉันเพียงแค่อยากลองถ่ายทอดเรื่องราวที่ตัวเองหลงใหลออกมาให้คนอื่นอ่าน
โดยไม่คิดเลยว่า วันหนึ่งเรื่องราวเหล่านี้จะพาฉันเดินทางมาไกลขนาดนี้
หลังจากนั้น ฉันเริ่มหลงใหลวัตถุโบราณมากขึ้นเรื่อย ๆ
ฉันสะสมทุกอย่างตามแต่โอกาสและจังหวะชีวิตจะพาให้สิ่งใดเดินทางเข้ามา
บางครั้งเป็นผ้าซิ่นเก่า
บางครั้งเป็นวัตถุโบราณ
บางครั้งเป็นพระเครื่อง
บางครั้งก็เป็นวัตถุที่ฉันเองยังไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าทำไมถึงรู้สึกผูกพันกับมันนัก
ราวกับบางสิ่งกำลังเรียกหาเราอยู่เงียบ ๆ
แล้ววันหนึ่ง ฉันก็ได้พบวัตถุชิ้นหนึ่ง
วัตถุชิ้นนั้นกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดที่คุณกำลังจะได้อ่านต่อจากนี้
มันคือกำไลโบราณวงหนึ่ง
กำไลที่ฉันเรียกมันว่า “กำไลพันธนิรันดร์”
ส่วนที่มาของชื่อนั้น…เอาไว้สักวันหนึ่ง ฉันจะค่อย ๆ เล่าให้คุณฟัง
หลังจากกำไลวงนั้นเดินทางเข้ามาในชีวิต
บางสิ่งก็เริ่มเปลี่ยนไปอย่างช้า ๆ
ในคืนวันพระคืนหนึ่ง
คืนแรมแปดค่ำที่เงียบจนได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง
ฉันพบเธอเป็นครั้งแรก
ไม่ใช่ด้วยสายตา
แต่ผ่านความรู้สึกบางอย่างในความเงียบของจิตใจ
หลังจากนั้น เธอมักกลับมาหาฉันเสมอในคืนวันพระ
ทั้งคืนข้างขึ้นและข้างแรม
บางครั้งมาเป็นเสียง
บางครั้งมาเป็นภาพในนิมิต
บางครั้งเป็นเพียงความรู้สึกประหลาดที่อธิบายไม่ได้
เธอเล่าเรื่องผู้คน
เล่าเรื่องอาหาร
เล่าเรื่องสงคราม
การค้า
แม่น้ำ
ความรัก
ความหิว
และความทรงจำของแผ่นดินไทยในยุคสมัยต่าง ๆ
ส่วนฉัน…มีหน้าที่เพียงรับฟัง
แล้วถ่ายทอดสิ่งเหล่านั้นออกมาเป็นข้อความและภาพวาดเท่านั้นเอง
