เล่าโดยข้าพเจ้า…หญิงเถรตรงแห่งกาลเวลา

ประเทศไม่ได้ถือกำเนิดจากเส้นตรง
แต่จากการเรียนรู้จะอยู่ร่วมกัน
สมัยฉันยังเด็ก
— ช่วงปลายสุโขทัย ก่อนคำว่า “ประเทศ” จะมีเสียงหนักแน่นอย่างทุกวันนี้
โลกยังไม่มีแผนที่ขีดเส้นชัด
ไม่มีด่าน
ไม่มีธง
และไม่มีใครเรียกตัวเองว่า “รัฐชาติ”
เรามีเพียง
แผ่นดิน
น้ำ
ข้าว
และคน
ฉันจำได้ว่า
ตอนเช้าตรู่ริมแม่น้ำ
มีเด็กตัวเล็ก ๆ วิ่งเท้าเปล่าไล่กันบนตลิ่ง
เสียงหัวเราะของพวกเขาดังกว่าเสียงเรือแจว
ไม่มีใครถามว่าบ้านใครอยู่ฝั่งไหน
ไม่มีใครสนใจว่าพ่อแม่มาจากถิ่นใด
รู้แค่ว่า…แดดขึ้นแล้ว และน้ำยังไม่ท่วม
ยายฉันเคยพูดเบา ๆ ขณะซาวข้าวว่า
“บ้านเมืองไม่ต้องรีบใหญ่
แต่อย่าให้คนอยู่ไม่เป็น”
ตอนนั้นฉันฟังแล้วก็พยักหน้าไปอย่างนั้น
เพราะเด็กผู้หญิงที่หมกตัวอยู่ในครัว จะเข้าใจเรื่องบ้านเมืองไปทำไม
แต่พอฉันโตขึ้น
ผ่านยุคสมัยมากกว่าที่ชื่อกษัตริย์จะนับได้
เห็นเมืองเกิด เมืองดับ
เห็นผู้คนย้ายถิ่น
เห็นแผ่นดินถูกเรียกชื่อใหม่แล้วใหม่อีก
ฉันถึงเข้าใจว่า…
สยามไม่ได้เริ่มต้นจากความยิ่งใหญ่
แต่เริ่มต้นจากความพอดี
แผ่นดินที่เลือก “หล่อเลี้ยง” ก่อน “ครอบครอง”
สยามในวันแรก
ไม่ได้ถือกำเนิดจากการยึดครองดินแดน
แต่จากการรู้จักดินแดน
เราอยู่กับน้ำ ไม่ใช่สั่งน้ำ
เราปลูกข้าว ไม่ใช่บังคับดิน
เราสร้างบ้านให้หนีน้ำ
ไม่ใช่ถมแม่น้ำเพื่อสร้างเมือง
แม่น้ำเจ้าพระยา
ไม่ได้เป็นเส้นแบ่งเขต
แต่เป็นสายใยที่ผูกผู้คนเข้าหากัน
คนต้นน้ำ คนปลายน้ำ
ไม่ได้แย่งกัน
แต่รอฤดูเดียวกัน
ฉันเคยเห็นฤดูน้ำหลาก
วันที่น้ำขึ้นถึงเอว
เรือเล็กพายผ่านหน้าบ้าน
แม่ครัวในเรือนยกหม้อข้าวร้อน ๆ
ตักใส่กระทงใบตอง
แล้วส่งให้คนแปลกหน้าที่เพิ่งลอยเรือมาจอด
ไม่มีใครถามชื่อ
ไม่มีใครถามว่ามาจากเมืองไหน
รู้แค่ว่า…วันนี้เขายังหิว
และเรายังพอแบ่งได้
นี่แหละ…คือรากของประเทศ
ไม่ใช่ป้อม
ไม่ใช่กำแพง
แต่คือ ความเข้าใจธรรมชาติ และการยอมรับกัน
สยามไม่ได้เกิดจากการ “ชนะ”
แต่เกิดจากการ “ประคอง”
ฉันเคยเห็นอารยธรรมที่เก่ง
เก่งมาก
สร้างเร็ว
ขยายไว
แต่ล้มง่าย
เพราะพวกเขาสร้างบ้านเมือง
โดยไม่ถามว่า
แผ่นดินรับไหวหรือไม่
คนอยู่เป็นหรือเปล่า
ตรงกันข้าม
สยามค่อย ๆ เป็น
ค่อย ๆ เรียนรู้
ค่อย ๆ ผูกผู้คนต่างภาษา ต่างเผ่า ต่างความเชื่อ
ให้อยู่ร่วมกันได้โดยไม่ต้องเหมือนกัน
เราไม่บังคับให้ทุกคนคิดเหมือนกัน
แต่ขอเพียง
อยู่ร่วมกันได้
ไม่ทำร้ายกัน
และไม่เหยียบรากของกันและกัน
นี่ไม่ใช่ความอ่อนแอ
นี่คือ ภูมิปัญญา
ประเทศที่เกิดจากครัว ไม่ใช่จากสนามรบ
ฉันอยากให้เธอรู้ว่า
หลายสิ่งที่ทำให้สยามเป็นประเทศ
ไม่ได้เกิดในห้องราชการ
แต่เกิดในครัว
เกิดจากสูตรข้าว
จากวิธีถนอมอาหาร
จากการแบ่งข้าวให้กันยามน้ำท่วม
จากการรู้ว่า “วันนี้พอแค่นี้ก็พอ”
อำนาจอาจเปลี่ยนมือ
ราชธานีอาจย้าย
แต่สิ่งที่ไม่เคยหายไป คือ
วิธีที่คนสยามดูแลกัน
นั่นแหละ…สิ่งที่ทำให้ประเทศอยู่รอด
ความภูมิใจที่ไม่ต้องตะโกน
ฉันไม่ได้เล่าเรื่องนี้
เพื่อให้เธอหลงอดีต
หรือเชิดชูใครคนใดคนหนึ่ง
ฉันแค่อยากให้เธอรู้ว่า
การที่สยามยังอยู่
ไม่ใช่เพราะเราใหญ่
ไม่ใช่เพราะเราเร็ว
แต่เพราะเรา รู้จักช้า
รู้จักฟัง
รู้จักรอ
รู้จักเก็บสิ่งสำคัญไว้
แม้ในวันที่ไฟไหม้ทั้งเมือง
เมื่อแผ่นดินเอ่ยปาก…
วันนี้โลกของเธอหมุนเร็ว
ประเทศแข่งกันโต
แข่งกันดัง
แข่งกันรวย
แต่แผ่นดินไม่เคยแข่งกับใคร
มันแค่ถามเบา ๆ ว่า…
“เธออยู่กับฉันเป็นไหม
หรือแค่ใช้ฉันให้คุ้ม”
สยามเริ่มเป็นประเทศ
ไม่ใช่เพราะใครประกาศ
แต่เพราะผู้คนเลือกจะอยู่ร่วมกัน
โดยไม่ลืมว่า
เรามาจากดินเดียวกัน
❝ ข้าพเจ้าเฝ้ามองสยามเติบโต
ไม่ใช่ด้วยเสียงโห่ร้อง
แต่ด้วยการประคองชีวิตทีละรุ่น
หากเธอรู้สึกภูมิใจ
ขอให้ภูมิใจอย่างสงบ
และดูแลแผ่นดินนี้
เหมือนที่มันเคยดูแลเรา ❞
—
ท้าวทองกีบช้าง
หญิงเถรตรงแห่งกาลเวลา
ผู้เชื่อว่าประเทศที่ยืนยาว
ไม่จำเป็นต้องตะโกน…
แค่ไม่ลืมรากก็พอ

